สุขภาพ

สุขภาพดีด้วยการบริจาคโลหิต

September 23, 2014 admin No comments

สุขภาพดีด้วยการบริจาคโลหิต สุขภาพดีด้วยการบริจาคโลหิต โลหิต ประกอบด้วยพลาสมา (น้ำเหลือง) และเม็ดโลหิต คิดเป็น 8 เปอร์เซ็นต์ ของน้ำหนักตัว คือ 5-6 ลิตร (สำหรับผู้ชาย) และ 4-5 ลิตร (สำหรับผู้หญิง) หรือประมาณ 17-18 แก้วน้ำ ไขกระดูกเป็นอวัยวะตั้งต้นที่ทำหน้าที่สร้างเม็ดโลหิต 3 ชนิด ได้แก่ เม็ดโลหิตแดง เม็ดโลหิตขาว และเกล็ดโลหิต เพื่อทำหน้าที่แตกต่างกันไปในร่างกาย เม็ดโลหิตแดงแต่ละชนิดมีอายุการทำงาน คือ เม็ดโลหิตแดง มีอายุ 120 วัน เม็ดโลหิตขาว และเกล็ดโลหิต มีอายุ 5-10 วัน เมื่อถึงเวลาที่กำหนดเม็ดโลหิตจะถูกทำลาย และขับออกมาในรูปของเหงื่อ ปัสสาวะ และอุจจาระ หลังจากนั้นไขกระดูก จึงสร้างเชลล์เม็ดโลหิตชุดใหม่ขึ้นมาทดแทนได้โดยไม่มีวันหมด ปริมาณโลหิตที่มีในร่างกาย ถูกสร้างขึ้นมาให้เกินกว่าความต้องการใช้ที่แท้จริง เพราะร่างกายคนเรามีโลหิตปริมาณ 17-18 แก้วน้ำ ร่างกายต้องการใช้เพียง 15-16 แก้วน้ำเท่านั้น ส่วนที่เหลืออีก 2-3 แก้วน้ำ สามารถบริจาคให้กับผู้อื่นได้ทุก 3 เดือน ดังนั้นการบริจาคโลหิต ซึ่งนำโลหิตออกจากร่างกายประมาณ 350-450 มิลลิลิตร จึงเป็นการนำโลหิตสำรองออกมาโดยไม่ก่อให้เกิดอันตรายใดๆ แก่ร่างกาย เพราะไขกระดูกจะสร้างโลหิตขึ้นมาทดแทนปริมาณที่ถูกถ่ายเทออกไป และที่สำคัญยังทำให้เกิดประโยชน์กับผู้บริจารโลหิตหลายๆ อย่างด้วยกัน อาทิ ร่างกายได้สร้างเม็ดโลหิตใหม่ๆ ซึ่งแข็งแรงและทำงานได้มีประสิทธิภาพกว่า ทำให้เม็ดโลหิตแดงลำเลียงออกซิเจนได้เต็มที่ เม็ดโลหิตขาวทำลายสิ่งแปลกปลอมได้ดีขึ้น และเกล็ดโลหิตซ่อมแซมรอยฉีกขาดในร่างกายได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น กระตุ้นการทำงานของไขกระดูก เปรียบเสมือนการออกกำลังกาย ให้กับไขกระดูกได้ทำงานได้ดีขึ้น ลดความเสี่ยงโรคกล้ามเนื้อหัวใจดายเฉียบพลัน การวิจัยในประเทศฟินแลนด์ พบว่า การบริจาคโลหิตช่วยลดความเสี่ยงโรคกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลันในเพศชายได้ ถึง 88 เปอร์เซ็นต์ การสูญเสียโลหิตอย่างสม่ำเสมอจากการบริจาคโลหิตช่วยให้การสะสมธาตุเหล็กใน ร่างกายลดลง เพราะเจ้าตัวธาตุเหล็กนี้ไม่ทำให้ไขมันทำปฎิกิริยากับออกซิเจน ส่งผลให้หลอดเลือดตีบและอุดตันได้ การบริจาคโลหิตช่วยให้ร่างกายลดภาวการณ์สะสมธาตุเหล็ก ซึ่งเท่ากับลดความเสี่ยงโรคหัวใจลงด้วยนั่นเอง การบริจาคโลหิตทุก 3 เดือน จึงเป็นอีกหนึ่งโอกาสที่จะช่วยให้ผู้บริจาคโลหิตมีสุขภาพดีขึ้นได้ด้วยตนเอง ได้ตรวจสุขภาพเป็นประจำทุก 3 เดือน ทำให้ทราบหมู่โลหิต ทั้งระบบ A […] Read more →

น้ำมันรำข้าวอาหารเสริมสารพัดประโยชน์

September 23, 2014 admin No comments

น้ำมันรำข้าวอาหารเสริมสารพัดประโยชน์ ในปัจจุบันนี้ หลายคนมักพูดถึง น้ำมันรำข้าว และจมูกข้าวกันอย่างแพร่หลาย มหัศจรรย์แหล่งรวมคุณประโยชน์ สรรพคุณที่ล้ำค่าเพื่อสุขภาพที่ดี ซึ่งอาหารเสริม ที่ มีคุณค่ามักเป็นทางเลือกของคนส่วนใหญ่ที่รับประทานอาหารแล้วได้คุณค่าทาง อาหารน้อย ไม่เพียงพอต่อร่างกาย จึงมักอาศัย อาหารเสริม เป็นตัวช่วยในการบำรุงร่างกาย น้ำมันจมูกข้าวเป็นผลิตภัณฑ์ที่ได้จากจมูกข้าวดิบ ซึ่งเป็นส่วนที่ได้จากการขัดข้าวกล้องให้เป็นข้าวสาร จึงมีคุณค่าทางอาหารสูง นอกจากนี้ยังสามารถ สกัดสารอาหารอื่นที่มีอยู่ในน้ำมันรำดิบ เพื่อใช้เป็นสารเสริมสุขภาพและเครื่องสำอางได้ น้ำมันจมูกข้าว เป็นน้ำมันที่ได้จากกระบวนการพิเศษในการสกัดเอาสารสำคัญที่มีประโยชน์นานา ชนิดซึ่งมีอยู่ในส่วนเอมบริโอ (Embryo) จึงอุดมด้วยสารสำคัญทางธรรมชาติ และมีคุณค่าสูงต่อร่างกาย Follow Read more →

สัญญาณฟ้องร่างกายกำลังอ่อนแอ

September 23, 2014 admin No comments

สัญญาณฟ้องร่างกายกำลังอ่อนแอ สัญญาณเตือนต่อไปนี้ จะชี้ให้ทราบว่าร่างกายของเรากำลังขาดสารอาหารชนิดใด สัญญาณที่ 1 มองไม่เห็นในที่แสงน้อย ตาแห้ง สารอาหารที่ขาด: เบต้าแคโรทีน ช่วยในการมองเห็นและช่วยระบบภูมิคุ้มกัน แหล่งอาหาร: ผลไม้สีเหลืองและส้ม นม ผักใบเขียว สัญญาณที่ 2 อ่อนเพลีย เครียด เหน็บชา เบื่ออาหาร สารอาหารที่ขาด: วิตามินบี ช่วยสร้างโปรตีน สร้างเม็ดเลือดแดง ต้านอาหารเหน็บชา บำรุงประสาท แหล่งอาหาร: ข้ามซ้อมมือ นม ไข่ ถั่ว ปลา เนื้อสัตว์ สัญญาณที่ 3 เลือดออกตามไรฟัน เป็นหวัดง่าย เหงือกอักเสบ สารอาหารที่ขาด: วิตามินซี ช่วยให้หลอดเลือดแข็งแรง ซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ และเสริมสร้างภูมิต้านทาน แหล่งอาหาร: ผลไม้รสเปรี้ยว ผักใบเขียว สัญญาณที่ 4 พบภาวะกระดูกพรุน การหดตัวของกล้ามเนื้อและหัวใจผิดปกติ สารอาหารที่ขาด: แคลเซียม ช่วยรักษากระดูกและฟัน ช่วยการหดเกร็งตัวของกล้ามเนื้อและหัวใจ แหล่งอาหาร: เนื้อสัตว์ ไข่แดง หอยนางรม ถั่ว ผักใบเขียว นม ปลาตัวเล็ก สัญญาณที่ 5 โลหิตจาง แผลหายช้า เส้นเลือดดำขอด สารอาหารที่ขาด: วิตามินอี เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ บำรุงผิว ประสาทและกล้ามเนื้อ เสริมสร้างภูมิคุ้มกัน แหล่งอาหาร: เนื้อสัตว์ ผักใบเขียว ถั่ว ธัญพืช เมล็ดพืช น้ำมันพืช สัญญาณที่ 6 ซีด เหนื่อยล้า อ่อนเพลีย หัวใจเต้นถี่ ติดเชื้อง่าย สารอาหารที่ขาด: ธาตุเหล็ก เป็นส่วนสำคัญของฮีโมโกลบิน ส่วนประกอบของเอ็นไซม์และสารภูมิคุ้มกันในเซลล์ แหล่งอาหาร: ตับ ม้าม เนื้อสัตว์ ไข่แดง หอยนางรม ถั่ว ผักใบเขียว สัญญาณที่ 7 […] Read more →

ศาสตร์การบำบัด อาการออฟฟิศซินโดรม

September 12, 2014 admin Comments Off on ศาสตร์การบำบัด อาการออฟฟิศซินโดรม

ศาสตร์การบำบัด อาการออฟฟิศซินโดรม การที่เรามีอาการเคล็ด ขัด ยอก ปวดหลัง ปวดเอว ปวดสะโพก ปวดร้าวชาลางไปที่ขา กล้ามเนื้ออ่อนแรงที่ขาและเข่า อันมีสาเหตุมาจากอาการออฟฟิศซินโดรมนั้น มีสาเหตุมาจากอะไรได้บ้าง ลองดูกันเลยดีกว่า 1> เกิดจากพฤติกรรม เช่น การนั่ง เดิน ยืน นอน ที่ไม่ถูกท่าและไม่ถูกสุขลักษณะ อีกทั้งใช้พฤติกรรมที่ซ้ำๆ เดิมๆ และทำพฤติกรรมเช่นนั้นติดต่อกันเป็นระยะเวลานาน เช่น การนั่งไขว่ห้าง การยืนทิ้งน้ำหนักไปที่ขาข้างใดข้างหนึ่งเป็นระยะเวลานาน การใส่ส้นสูงที่มีความสูงมากกว่า 1.5 นิ้วขึ้นไป การนอนบนที่นอนหดตัว นอนตัวคดตัวงอนอนคุดคู้ นอนงอศีรษะเป็นระยะเวลานาน นอนที่นอนนุ่มเกินไป นอนหมอนสูงเกินไป เป็นต้น 2> เกิดจากการกระแทก ซึ่งเกิดจากการปะทะกันบริเวณกล้ามเนื้อ หรือกระดูกสันหลังโดยตรงจากการเล่นกีฬา หรือจากการหกล้ม 3> เกิดจากอุบัติเหตุ เช่น ตกบันได รถชน มีสิ่งของตกใส่ หรือทับไปที่บริเวณหลัง 4> เกิดจากหมอนรองกระดูกเสื่อม มีภาวะกระดูกผุ หรือกระดูกพรุน อาจมีผลทำให้กระดูกบริเวณหลังเกิดการทรุดตัว หรือไม่อยู่ในตำแหน่งที่ควรอยู่ จึงทำให้ไปกดทับเส้นประสาทบริเวณกระดูกสันหลังได้ 5> เกิดจากหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท ไปกดทับเส้นประสาทบริเวณกระดูกสันหลัง 6> เกิดจากกล้ามเนื้อที่หดเกร็งและตึงแข็งมากจนไปเบียดหรือไปดันกับส่วนของโครงสร้างกระดูกสันหลัง ทำให้กดทับเส้นประสาทบริเวณกระดูกสันหลังได้ 7> เกิดจากความสูง-ต่ำ ที่ไม่เท่ากันของกล้ามเนื้อบริเวณหลัง อันมีสาเหตุมาจากพฤติกรรมและความตึงแข็งของกล้ามเนื้อจากการใช้งานที่ผิดท่าผิดทาง และใช้งานไม่ถูกสุขลักษณะ 8> เกิดจากการบิด ดัด หรือการยกของที่มีน้ำหนัก หรือใช้ท่ายกที่ไม่ถูกสุขลักษณะ จึงทำให้เกิดการเคล็ด ขัดยอก ปวดเอว ปวดหลังได้ 9> เกิดจากอวัยวะ หรือระบบภายในร่างกายเริ่มเสื่อมสมรรถภาพ หรือเกิดจากความเสื่อมของอวัยวะต่างๆ ของร่างกายตามวัย เช่น หัวใจ ไต ตับ หมอนรองกระดูกสันหลัง ไขกระดูกสันหลัง กระดูกสันหลัง ข้อต่อต่างๆ ของร่างกาย 10> เกิดจากโรคหรืออาการความเจ็บป่วย เช่น มีโรคหัวใจ โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง โรคกระดูกผุ กระดูกพรุน โรคไต โรคมะเร็ง โรครูมาตอยด์ โรคเกาต์ โรคไขข้ออักเสบ […] Read more →

ดื่มน้ำอย่างไรให้ถูกวิธี

September 11, 2014 admin Comments Off on ดื่มน้ำอย่างไรให้ถูกวิธี

ดื่มน้ำอย่างไรให้ถูกวิธี น้ำ คือส่วนประกอบหลักของร่างกาย ร่างกายคนเราหากขาดอาหารสามารถอยู่ได้นานถึงหนึ่งสัปดาห์ แต่ถ้าขาดน้ำเพียงวันเดียวก็ไม่สามารถมีชีวิตอยู่ได้ และอย่างที่รู้กันว่าเราควรดื่มน้ำให้ได้วันละ 8-10 แก้วต่อวัน แต่จะดื่มอย่างไรให้ถูกวิธี ดื่มแค่ไหนถึงจะดี ร่างกายของแต่ละคนต้องการน้ำในปริมาณที่แตกต่างกัน คำนวณได้โดยใช้สูตร น้ำหนัก x 2.2 x 30 / 2 = ปริมาณน้ำ (มล.) เช่น น้ำหนักตัว 55 x 2.2 x 30 / 2 = 1,815 มล. คือปริมาณที่ควรดื่มต่อวัน ถ้าหากดื่มน้ำได้น้อยกว่าปริมาณที่ร่างกายต้องการก็จะส่งผลให้การไหลเวียนของเลือดทำงานได้ไม่ดี ทำให้ร่างกายขับของเสียได้ยาก และเมื่อเลือดไหลเวียนไม่สะดวกก็ส่งผลให้เกิดลิ่มเลือด เลือดข้น อันเป็นสาเหตุของการเกิดโรคต่างๆ Follow Read more →

อันตรายและโรคของ ′สังคมก้มหน้า′ที่คุณควรรู้ไว้ ?

August 29, 2014 admin Comments Off on อันตรายและโรคของ ′สังคมก้มหน้า′ที่คุณควรรู้ไว้ ?

อันตรายและโรคของ ′สังคมก้มหน้า′ที่คุณควรรู้ไว้ ? อันที่จริงเรื่อง “เท็กซ์เนค” ไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่พูดถึงกันมา 2-3 ปีแล้ว ที่ผมหยิบกลับมาเล่าสู่กันฟังอีกครั้งเป็นเพราะว่าตอนนี้มันกำลังกลายเป็น “โกลบอล ซินโดรม” คือออกอาการกันแพร่หลายไปทั่วโลก ตามการแพร่ระบาดของอุปกรณ์พกพาสารพัดตั้งแต่ สมาร์ทโฟน แท็บเล็ต เรื่อยไปจนถึงอีบุ๊กรีดเดอร์ทั้งหลาย ก่อนหน้านี้อุปกรณ์เหล่านี้ถูกจำกัดการใช้งานด้วยการเชื่อมต่อแต่ตอนนี้ เมื่อสามารถเชื่อมต่อได้ทุกที่ทุกเวลาเนื้อหาที่มากับหน้าจอก็หลากหลายมาก ขึ้น ดึงดูดใจมากขึ้น ทั้งไลน์ ทั้งเกม ทั้งอีบุ๊กสารพัด สัดส่วนการใช้งานต่อวันก็เพิ่มขึ้นมากมายมหาศาล ไปไหนมาไหนก็เจอแต่ผู้คนก้มหน้าลงหาจออิเล็กทรอนิกส์ ไม่ว่าจะเป็นบนรถไฟฟ้า รถประจำทาง ร้านอาหาร Follow Read more →

แนวทางป้องกันโรคภูมิแพ้

August 28, 2014 admin Comments Off on แนวทางป้องกันโรคภูมิแพ้

แนวทางป้องกันโรคภูมิแพ้ โรคภูมิแพ้คืออะไร โรคภูมิแพ้ เป็นกลุ่มของโรคที่เกิดจากระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายซึ่งเป็นระบบกลไกที่มีหน้าที่ป้องกันร่างกายจากสิ่งแปลกปลอมภายนอก เช่น เชื้อโรคต่าง ๆ สารเคมี ฝุ่น พืช ละอองเกสร ขนสัตว์ เป็นต้น มีปฏิกิริยาตอบสนองต่อสิ่งเหล่านี้มากกว่าปกติหรือไวเกินกว่าปกติ ทำให้เกิดอาการแพ้ขึ้น อาการแพ้นี้อาจเกิดกับอวัยวะต่าง ๆ เช่น มีอาการจาม คัดจมูก มีน้ำมูก ซึ่งเป็นอาการที่เกิดจากการตอบสนองมากกว่าปกติของทางเดินหายใจส่วนบน ตั้งแต่จมูกจนถึงหลอดลมส่วนต้น ที่เราเรียกว่าโรคแพ้อากาศ หรือหลอดลมมีอาการหดเกร็งตัวมากกว่าปกติทำให้เกิดเป็นโรคหอบหืดขึ้น นอกจากนี้โรคภูมิแพ้ยังรวมไปถึงโรคลมพิษ การแพ้อาหาร การแพ้แมลงต่อย การแพ้หรืออักเสบทางผิวหนังและการแพ้แบบเฉียบพลัน ในช่วงเวลา 20 ปีที่ผ่านมา เราพบว่าอัตราการกระจายของโรคภูมิแพ้ที่สำคัญ ๆ โดยเฉพาะโรคหอบหืดและโรคแพ้อากาศมีอัตราเพิ่มสูงขึ้นทั่วโลก ยกตัวอย่างเช่นในประเทศไทย จากการสำรวจในปี พ.ศ. 2533 พบอัตราการกระจายของโรคหอบหืดในเด็กนักเรียนในกรุงเทพฯมหานครเท่ากับร้อยละ 4.2 และอัตราการกระจายของโรคแพ้อากาศในเด็กกลุ่มเดียวกัน เท่ากับร้อยละ 20 จากการสำรวจในปี พ.ศ. 2538 พบอัตราการกระจายของโรคหอบหืดเท่ากับร้อยละ 13 และโรคแพ้อากาศเท่ากับร้อยละ 40 คิดเป็นการเพิ่มขึ้น 3 เท่าสำหรับโรคหอบหืดและ 2 เท่าสำหรับโรคแพ้อากาศ ในประชากรผู้ใหญ่ถึงแม้ยังมีการศึกษาน้อยอยู่ แต่ก็เชื่อว่ามีแนวโน้มที่จะดำเนินไปในทิศทางเดียวกันกับประชากรเด็กเช่นกัน คงต้องยอมรับว่าโรคภูมิแพ้เป็นโรคเรื้อรังที่ก่อให้เกิดความสูญเสียทั้งทางเศรษฐกิจและสุขภาพของประชาชนอย่างมาก Follow Read more →

โรคลมร้อน หรือ ฮีทสโตรค (heat stroke)

August 28, 2014 admin Comments Off on โรคลมร้อน หรือ ฮีทสโตรค (heat stroke)

โรคลมร้อน หรือ ฮีทสโตรค (heat stroke) โรคลมแดด หรือ ฮีต สโตรก (Heat stroke) หมายถึง สภาพที่ร่างกายมีปัญหาการอุดตันของการไหลเวียนเลือดที่ไปเลี้ยงสมองอย่าง ฉับพลัน โรคนี้เรียกเป็นภาษาไทย ว่า โรคลมแดด ซึ่งจะมีอาการตั้งแต่เล็กน้อย จนถึงขั้นรุนแรง และเสียชีวิตได้ อาการของโรคลมแดด ได้แก่ เกิดมีอาการหน้ามืด วิงเวียนศรีษะ ตัวร้อนจัด เพ้อ หรือหมดสติ ชีพจรเต้นเร็ว ความดันเลือดลดลง ช็อก ผิวหนังแห้งและร้อน ระดับความรู้สึกตัวลดลง การทำงานของอวัยวะต่างๆ ล้มเหลว กระสับกระส่าย ส่งเสียงเอะอะโวยวาย หมดสติ เกร็ง ชัก เป็นปฏิกิริยาเนื่องจากระบบหรือกลไกการทำงานของร่างกายหลังเมื่อได้รับความ ร้อน ร่างกายจะมีการปรับตัวโดยส่งน้ำหรือเลือดไปเลี้ยงอวัยวะต่างๆ เช่น สมอง ตับ และกล้ามเนื้อ เป็นต้น Follow Read more →

โรคสมาธิสั้น

August 26, 2014 admin Comments Off on โรคสมาธิสั้น

โรคสมาธิสั้น โรคสมาธิสั้น (Attention Deficit Hyperactivity Disorder : ADHD) เป็นโรคทางสมองชนิดหนึ่งที่พบได้ในเด็กวัยเรียน มีสาเหตุจากความบกพร่องของสารเคมีในสมองที่ใช้ในการควบคุมสมาธิ มักแสดงอาการในช่วงวัย 4-5 ขวบขึ้นไป อาการสามารถพบได้ทั้งปัญหาการเรียน เช่น ไม่มีสมาธิในการเรียน ทำงานไม่เสร็จ จดการบ้านไม่ทัน หรือปัญหาทางพฤติกรรม เช่น เล่นรุนแรงโลดโผน พูดแทรกผู้ใหญ่บ่อย ๆ หุนหันพันแล่น ทั้งนี้ผู้ใหญ่หลายคนมักเข้าใจผิดว่าเป็นเด็กเรียนไม่เก่งหรือเป็นเด็กซนตาม วัย ซึ่งเมื่ออาการเหล่านี้ไม่ได้รับการรักษาจะทำให้เกิดเป็นปัญหาในหลาย ๆ ด้านต่อมาโดยเฉพาะปัญหาครอบครัวเมื่อผู้ป่วยเข้าสู่วัยรุ่น ซึ่งส่งผลต่อการรักษาในระยะยาว Follow Read more →

กระ ฝ้า

August 26, 2014 admin Comments Off on กระ ฝ้า

กระ ฝ้า สาเหตุการเกิดฝ้า เกิดจากกระบวนการสร้างสีของเซลล์เม็ดสี (Melanocyte) ที่ผิดปกติ ทำให้เกิดเป็นรอยสีน้ำตาลบนผิวหนัง ปัจจัยที่ทำให้เกิด คือ รังสีอัลตร้าไวโอเลต (UV) ที่อยู่ในแสงแดดฮอร์โมนและกรรมพันธุ์ เมื่อเม็ดสีดำ (Melanin) สะสมมากขึ้นเป็นเวลานาน ทำให้เห็นเป็นแผ่นหรือเป็นวงสีน้ำตาลชัดเจน บริเวณที่มักจะเกิดฝ้ามาก็คือ โหนกแก้ม สันจมูก หน้าผาก กระ ฝ้า (Melasma) สาเหตุการเกิดฝ้า เกิดจากกระบวนการสร้างสีของเซลล์เม็ดสี (Melanocyte) ที่ผิดปกติ ทำให้เกิดเป็นรอยสีน้ำตาลบนผิวหนัง ปัจจัยที่ทำให้เกิด คือ รังสีอัลตร้าไวโอเลต (UV) ที่อยู่ในแสงแดดฮอร์โมนและกรรมพันธุ์ เมื่อเม็ดสีดำ (Melanin) สะสมมากขึ้นเป็นเวลานาน ทำให้เห็นเป็นแผ่นหรือเป็นวงสีน้ำตาลชัดเจน บริเวณที่มักจะเกิดฝ้ามาก็คือ โหนกแก้ม สันจมูก หน้าผาก Follow Read more →

Scroll to Top